วิธีเลือกซื้อ เฟอร์นิเจอร์ เหล็ก ให้คุ้มค่าใช้งานได้นาน !! มาทำความรู้จัก เฟอร์นิเจอร์เหล็ก หรือตู้เหล็ก ตั้งแต่วิธีการเลือกซื้อให้ได้ของที่มีคุณภาพ การรักษาดู และนำไปตกแต่งบ้าน มาดูกันว่ามีวิธีอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์เหล็กที่มีความคุ้มค่าและใช้งานได้นาน

หากดูเผิน ๆ แค่ภายนอกอาจจรู้สึกว่า เฟอร์นิเจอร์เหล็กแต่ละชิ้นดูคล้ายกันไปหมด ยกเว้นเรื่องดีไซน์และสีสันที่ถูกออกแบบมา เพื่อตอบรับกับสไตล์ความชอบที่หลากหลาย แต่แท้จริงแล้วหากเจาะลึกถึงรายละเอียดก็จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์เหล็กที่มีคุณภาพ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มาดูกันก่อนเลยว่ามีวิธีเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เหล็กและมีวิธีการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์เหล็กที่ถูกต้องอย่างไรบ้าง

1. ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์เหล็ก

เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตด้วยวัสดุอื่น ๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องปลวก หักงอง่าย รับน้ำหนักได้ไม่เยอะ แต่เฟอร์นิเจอร์เหล็กผลิตด้วยวัสดุที่แข็งแรง สามารถรองรับของที่มีน้ำหนักเยอะได้ โดยที่แผ่นเหล็กไม่แอ่น บิด หรืองอ ทั้งยังไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องเฟอร์นิเจอร์จะผุพังก่อนเวลา เพราะไม่มีปัญหาเรื่องปลวก เชื้อรา รวมไปถึงกลิ่นอับชื้น แม้จะจัดเก็บเสื้อผ้าหรือของใช้ไว้ในตู้นั้นนาน ๆ

นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่ง เพื่อปรับให้เข้ากับของแต่งบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์เดิมที่มีอยู่ได้ ทั้งยังถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย สามารถเปลี่ยนได้เองตามความเหมาะสม เช่น ตู้เก็บของเหล็ก 1 ตู้สามารถเป็นได้ทั้งชั้นวางหนังสือในห้องนั่งเล่น เก็บอาหารแห้งในห้องครัว หรือจะไปวางไว้ข้างประตูเพื่อเก็บรองเท้าก็ได้

2. วิธีเช็กคุณภาพเหล็ก

ถ้าอยากจะรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์เหล็กชิ้นนั้นมีคุณภาพหรือไม่ ให้ดูที่การเคลือบผิวเป็นอันดับแรก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เฟอร์นิเจอร์เหล็กต้องมีสนิมตามมาอย่างแน่นอน แต่เฟอร์นิเจอร์เหล็กที่เคลือบด้วยสารซิงค์ฟอสเฟตจะช่วยป้องกันเรื่องนี้ได้ ในส่วนของสีที่ใช้ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์เหล็ก ก็ควรอบด้วยความร้อนในระยะเวลาที่เหมาะสม จึงจะมั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหาเรื่องสีหลุดร่อนตามมาภายหลัง

3. วิธีตรวจเช็กรายละเอียดก่อนซื้อ

นอกจากเรื่องของดีไซน์และสีสันที่ถูกใจแล้ว ก่อนตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์เหล็กสักชิ้น ก็ควรตรวจเช็กจุดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เริ่มจากรอยเชื่อมต่อระหว่างเหล็ก สัมผัสแล้วไม่เป็นปุ่มหรือมีรอยนูน ส่วนสีเคลือบผิวควรมีสัมผัสเรียบเนียน สม่ำเสมอ ไม่มีรอยตะปุ่มตะป่ำ หรือฟองอากาศ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสนิมและสีหลุดร่อนเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ก็ควรดูให้แน่ใจด้วยว่าเหล็กแต่ละส่วน ไม่มีการบิดหรือโค้งงอที่ผิดรูปร่าง

4. วิธีดูแลรักษาระหว่างการใช้งาน

แม้จะมีการรับประกันการใช้งาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาระหว่างการใช้งานด้วย ซึ่งการทำความสะอาดคราบสกปรกและฝุ่นละอองก็ไม่ยาก ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำบิดหมาดและเช็ดตามด้วยผ้าแห้งอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องนำไปล้างหรือใช้น้ำยาขัด สำหรับคราบสกปรกฝังแน่นหรือคราบเหลืองบนเฟอร์นิเจอร์เหล็กสีขาวในจุดที่โดนแสงไฟนาน ๆ ก็แก้ไขได้ด้วยการใช้สเตคลีนขัดออกเท่านั้น

สำหรับปัญหาเรื่องสนิมก็แก้ไขถ้าเกิดขึ้นแล้ว สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยการพ่นสีสเปรย์อะคลิลิกทับ ก็ช่วยป้องกันไม่ให้สนิมลามได้ระยะหนึ่ง แต่จะดีกว่าหากป้องกันไว้ก่อน โดยเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์เหล็กไว้ในที่น้ำขัง บริเวณที่มีความอับชื้น สำหรับตู้รองเท้าหรือตู้เก็บของที่จำเป็นต้องตั้งไว้นอกบ้านแล้วโดนฝนสาด หากใช้ผ้าเช็ดทันทีปัญหาสนิมก็จะไม่ตามมากวนใจ

5. ข้อควรระวังเป็นพิเศษ

สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กควรระมัดระวังเรื่องความแหลมคมของขอบและมุมเฟอร์นิเจอร์เป็นพิเศษ เพราะแม้จะทำอันตรายได้ไม่มาก แต่ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นหลีกเลี่ยงโดยการไม่ให้พวกเขาเข้ามาเล่นใกล้ ๆ หรือติดตัวครอบมุมเฟอร์นิเจอร์ป้องกันไว้ล่วงหน้าดีกว่า

6. วิธีเลือกสีและดีไซน์ให้เข้ากับของตกแต่งเดิม

หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเฟอร์นิเจอร์เหล็กจะเข้ากับของแต่งบ้านที่มีอยู่หรือไม่ ให้ลองนึกถึงภาพบรรยากาศภายในบ้าน พร้อมกับจินตนาการต่อไปว่าถ้าเรานำเฟอร์นิเจอร์เหล็กที่ชอบไปวางในห้องหรือบริเวณนั้น จะเข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่หรือเปล่า หรือใช้เฟอร์นิเจอร์เหล็กชิ้นเดียวกันนี้แต่ลองเปลี่ยนโทนสีดู เพื่อให้รู้ว่าควรจะซื้อดีหรือไม่ โดยใช้สไตล์และธีมเป็นหลักในการเทียบเคียง ได้แก่

– Modern และ Contemporary Style : เข้ากันได้ดีกับโทนสีกลาง ๆ เช่น สีขาว สีเบจ สีเทา หรือสีน้ำตาล
– Traditional Style : เข้ากันได้ดีกับโทนสีม่วงหรือสีแดง
– Casual Style : เข้ากันได้ดีกับโทนสีสดใส เช่น สีเหลือง สีฟ้า หรือสีชมพู และแมชท์กับเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่
– Old World Style : เข้ากันได้ดีกับโทนสีเข้ม สีเอิร์ธโทน หรือโทนสีธรรมชาติ

เฟอร์นิเจอร์เหล็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกดี ๆ ของการตกแต่งบ้านที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะแข็งแรง ทนทาน ทั้งยังมีปัญหาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ๆ แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมดูและรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้องระหว่างการใช้งานด้วยนะคะ เพื่อให้ใช้งานได้นาน ๆ และดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ