เทคนิคช้อปคอนโดฯชานเมืองติดรถไฟฟ้า เดี๋ยวนี้ใครๆก็หนีรถติดด้วยการเลือกใช้บริการรถไฟฟ้ากันทั้งนั้น ทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือบ้านจัดสรรมีราคาแพงขึ้นตามความต้องการซื้อของลูกค้า แต่ก็ยังมีคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เรายังสามารถลงทุนได้ในราคาไม่แพงนักให้เลือกเช่นกันค่ะ

คือคอนโดแนวรถไฟฟ้าแถบชานเมืองที่ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จนั่นเอง

ข้อดีของคอนโดพวกนี้ก็คือราคายังไม่สูงมากนักถ้าเทียบกับคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่อยู่ใจกลางเมืองและยังมีโครงการให้เลือกหลายรูปแบบซึ่งเราสามารถต่อรองราคาได้ด้วย แล้วก็ข้อเสียคือต้องรอเวลาที่รถไฟฟ้าสร้างเสร็จและความเจริญขยายตัวมาถึงโครงการ แต่บอกเลยค่ะว่าลงทุนไว้ ยังไงก็คุ้มแน่นอน

และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาคอนโดย่านชานเมืองเพื่อลงทุนอยู่ แล้วไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อโครงการไหนดี Smart Home Investor มีเทคนิคในการเลือกซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนมาฝากกันค่ะ

1.เลือกคอนโดทำเลที่รถไฟฟ้าสร้างใกล้จะเสร็จมากที่สุด ยิ่งรถไฟฟ้าสร้างเสร็จเร็วมากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าความเจริญจะเข้ามาในบริเวณนั้นได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

2.เลือกคอนโดที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไม่เกิน 400 เมตร เพราะเป็นระยะที่เดินทางจากคอนโดไปสถานีรถไฟฟ้าได้สะดวกด้วยการเดินเท้า และบริเวณที่ใกล้สถานีก็เป็นบริเวณที่จะเจริญก่อนบริเวณอื่นๆ มีคนสัญจรผ่านจำนวนมาก ทำให้มูลค่าห้องชุดสูงกว่าปกติ

3.ลงทุนในพื้นที่ที่จะมีรถไฟฟ้าผ่านหลายสายที่สุด บริเวณที่มีรถไฟฟ้าผ่านหลายสายจะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ผู้พักอาศัย และมีโอกาสจะเจริญมากกว่าพื้นที่บริเวณอื่นๆด้วย

4.พิจารณาปัจจัยเกี่ยวกับถนนประกอบ โครงการไม่ควรอยู่ไกลจากถนนสายหลัก ควรเป็นถนนที่กว้าง สะดวก มีรถเมล์ผ่านหลายสาย หากใกล้ทางด่วนและท่าเรือด้วยจะยิ่งช่วยให้ทำเลน่าสนใจขึ้นเพราะเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้อาศัย

5.เลือกเงื่อนไขการซื้อที่จ่ายเงินจองและดาวน์น้อย การใช้เงินลงทุนน้อย เท่ากับว่าเราได้กำไรมากขึ้น และเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนแบบ Flipping หรือการซื้อขายทำกำไรอย่างรวดเร็วก่อนคอนโดฯสร้างเสร็จ

6.เปรียบเทียนคอนโดใหม่กับคอนโดเก่าที่มีอยู่แล้วเสมอ คอนโดเก่ามักซื้อได้ถูกกว่าคอนโดใหม่ เพราะต้นทุนไม่สูง รวมทั้งซื้อแล้วยังมีโอกาสเห็นสภาพแวดล้อมโครงการชัดเจนอีกด้วย

7.ตรวจเช็คปัจจัยการแข่งขันในอนาคต ต้องแน่ใจว่าทำเลที่คุณเลือก นอกจากจะเป็นทำเลดีแล้ว ในอนาคตจะต้องไม่มีโครงการที่ดีกว่าโครงการของเราเกิดขึ้นได้อีก เพราะเกี่ยวข้องกับการขายและการปล่อยเช่าในอนาคต ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องการแข่งขันและตัดราคา

8.คอนโดเตี้ยๆ ยูนิตน้อยๆน่าสนใจกว่าคอนโดสูงๆ ยูนิตมากๆ ยิ่งผู้อยู่อาศัยน้อย ปัญหาในการอยู่อาศัยก็มีน้อย และการอยู่ในคอนโดที่ไม่สูงมาก ผู้อยู่อาศัยก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับปัญหาอัคคีภัยและแผ่นดินไหว

9.ให้ความสำคัญกับทิศที่ตั้งและทิวทัศน์ที่เป็นมุมมองของห้องชุดด้วย ทิศที่ตั้งของห้องเกี่ยวข้องกับแสงแดดและกระแสลม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับอุณหภูมิและความสบายในการอยู่อาศัย ทิศที่ดีที่สุดควรเป็นทิศใต้และทิศเหนือ รองลงมาเป็นทิศตะวันออก แต่ควรเลี่ยงทิศตะวันตกเพราะเป็นทิศอับลมและรับแสงแดดในช่วงบ่ายและเย็นแรงสุด

10.เลือกโครงการที่มีที่จอดรถเพียงพอและสะดวก พิจารณาจากจำนวนที่จอดรถเมื่อเทียบกับจำนวนห้องชุดว่ามีสัดส่วนมากน้อยอย่างไร และมีทางเลือกที่จะจอดรถในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่

11.ตรวจเช็คและสำรวจตลาดการเช่าห้องพักในบริเวณใกล้เคียงเสมอ เพื่อดูว่าห้องพักแถบนั้นเป็นที่ต้องการแค่ไหน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร ราคาเช่ามาตรฐานอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อมาเปรียบเทียบกัน ถ้าแถวนั้นมีห้องว่างเยอะ ค่าเช่าต่ำ ก็อาจแสดงว่าทำเลนั้นไม่น่าสนใจ

12.ซื้อห้องชุดที่ราคาเหมาะสม ทำกำไรในตอนซื้อได้ เกณฑ์ที่มักนำมาใช้ตัดสินความเหมาะสมของราคา คือ อัตราผลตอบแทนค่าเช่ารายปี (Rental Yield) คิดได้ง่ายๆโดยการนำค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละปีเป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วยราคาห้องชุด ได้เท่าไหร่ก็คูณด้วย100 ถ้าตัวเลขที่ออกมาได้มากกว่าปีละ 7% ทั้งปัจจุบันและอนาคต แสดงว่าห้องนั้นน่าลงทุน แต่ถ้าคิดออกมาแล้วต่ำกว่า 7% ก็มีแนวโน้มว่าห้องชุดนั้นแพงเกินไป

ก็เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากลงทุนคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณลงทุนคอนโดใกล้รถไฟฟ้าได้ในราคาที่ไม่สูงเกินเอื้อมและสามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้ในระยะยาวอีกช่องทางหนึ่งค่ะ